ในขณะที่การใช้งานอุปกรณ์พกพาเพิ่มขึ้นและบริษัทต่างๆ ได้พัฒนาเว็บไซต์ที่เหมาะกับอุปกรณ์พกพาเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด

ในปีที่ผ่านมานักพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Google ได้สร้าง Progressive Web Apps ซึ่งเป็นประสบการณ์เชิงโต้ตอบที่มีคุณสมบัติของทั้งเว็บไซต์และแอพมือถือ

อเล็กซ์รัสเซลวิศวกรซอฟต์แวร์ของ Google กล่าวว่า Progressive Web Apps “ทำให้เส้นแบ่งระหว่างเนื้อหาเว็บและแอพต่างกัน แต่พวกเขายังคงความแข็งแกร่งของเว็บ”

โดยหลักของ Progressive Web Apps ก็คือการให้มีประสบการณ์การใช้งานเหมือนแอพในเบราว์เซอร์มือถือ ผู้ใช้สามารถตอบโต้กับหน้าเว็บมือถือที่มีรูปลักษณ์ความรู้สึกและฟังก์ชั่นการใช้งานของแอปรวมถึงการแจ้งเตือนแบบพุช
ในการเข้าถึงแบบออฟไลน์และความสามารถในการเพิ่มทางลัดไปยังหน้าจอหลักของอุปกรณ์ของผู้ใช้

แล้ว PWA ทำงานอย่างไร ?

Progressive Web Apps (PWA) ได้รับการออกแบบให้มีความเร็วในการโหลดสูงและประมวลขั้นตอนต่าง ๆ ที่จำเป็นในการเข้าถึงข้อมูลหรือฟีเจอร์บางประเภทได้โดยตรงจากเว็บไซต์ มีระบบ AI ปัญญาประดิษฐ์ในการรวบรวมพฤติกรรมของผู้ใช้และการตั้งค่าเพื่อให้แอปสามารถมอบประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น

แอพเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้จากแท็บเบราว์เซอร์และไม่จำเป็นต้องติดตั้งหรือดาวน์โหลดใด ๆ ผู้ใช้สามารถ “สร้างความสัมพันธ์” กับแอพโดยโต้ตอบกับมันบ่อยครั้งและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ในทางกลับกันแอพจะส่งการแจ้งเตือนแบบพุชเพื่อให้ง่ายต่อการมีส่วนร่วมอีกครั้ง เมื่อ Progressive Web App เผยแพร่ออนไลน์จะสามารถเชื่อมโยงได้อย่างสมบูรณ์และปรับใช้กับโฮสต์ที่รองรับ HTTPS แอพจะทำงานเมื่อผู้ใช้ออนไลน์หรือออฟไลน์โดยใช้ข้อมูลที่ถูกแคชเมื่อผู้ใช้ออนไลน์ก่อนหน้านี้

ข้อดีของ PWA นั้นเป็นสิ่งที่สามารถเสิร์ฟ experience ให้ผู้ใช้ได้เหมือนกับแอพ แต่ทำงานอยู่บน Browser (ถ้าเป็น iOS ก็คงจะลำบากหน่อย เพราะดูเหมือนว่ายังไม่ได้รับการยอมรับสักทีเดียว) โดย PWA จะลดขั้นตอนความยุ่งยากบน Store และในส่วนของนักพัฒนานั้นสามารถทำได้ในต้นทุนที่ถูกกว่าทำแอพหลายเท่าตัว

ตัวอย่าง PWA ในปัจจุบัน AliExpress,Flipkart,Forbes,BookMyShow ในขณะที่ฝั่งเจ้าดัง ๆ อย่าง Facebook ก็กำลังอยู่ในการทดสอบ twitter จะอยุ่ใน twitter lite ส่วน Instagram พี่แกทำออกมาเรียบร้อย และฟีเจอร์ครบมาก

สำหรับผม (มุมมอง อ. ณัฏฐ์ชัย ) จริงๆ แล้ว PWA นั้นออกมานานแล้วละ น่าจะราวๆ 2016 ได้ ซึ่งถ้ามองเผิน ๆ อาจจะเริ่มเก่าแล้ว แต่ผมกลับคิดว่า จะมีผลอย่างมากในปี 2019-2020 เลยทีเดียว เพราะเป็นการตอบโจทย์การทำงานที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น มีความสะดวกรวดเร็วและเข้าถึงประสบการณ์ใช้อย่างแท้ทรู น่าสนใจจริงๆ ครับ

 

ณัฏฐ์ชัย ลงท้าย